ความน่าสนใจของวัดหลวงแห่งนี้ คือเป็นที่ประดิษฐานขององค์พระแก้วมรกต สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวสวด ประดิษฐานอยู่ในวิหารกลางวัด พระเจ้ามรกต หรือพระเจ้าแก้วมรกต ไม่มีหลักฐานปรากฏ แน่ชัดว่าได้มาจากที่ไหน มีแต่เพียงคำบอกเล่าสืบต่อกันมา จากบรรพบุรุษ ผู้เฒ่าผู้แก่ของท้องถิ่น ว่าเดิมทีชาวบ้าน ในบ้านหลวง เมืองสวด ถูกเกณฑ์ ไปเป็นหารเพื่อสู้รบกับข้าศึกที่จังหวัดเชียงตุง การสู้รบในครั้งนั้นอาวุธที่ใช้มีเพียงมีด หอก ดาบ และความสามารถทางด้านไสยศาสตร์ คาถาอาคมเครื่องรางของขัง และปฏิภาณไหวพริบ ไหวพริบเท่านั้น แต่ด้วยจำนวนทหารที่น้อยกว่า ไม่อาจต้านทานกำลังของข้าศึก จึงได้รบพลางและถอยไป พลางเพื่อรอกำลังทหารส่วนอื่นมาช่วย
เมื่อถอยมาได้สักระยะหนึ่ง ข้าศึกก็ได้เข้าโจมตีอย่างประชั้นชิด จึงได้ถอยร่มมาและได้อาศัยจอมปลวกที่สูงใหญ่เป็นที่กำบัง ข้าศึกพยายามปีนจอมปลวกขึ้นมาก็ถูกชาวบ้านหลวงฆ่าตาย แม้จะใช้ปืนใหญ่ยิงเข้ามาที่จอมปลวกสักเท่าไหร่ ลูกปืนก็ไม่สามารทำอันตราย แก่จอมปลวกและชาวบ้านได้ หลังจากนั้นเมื่อฆ่าศึกเสียทั้งคน และกำลังกายไปเป็นจำนวนมาก จึงได้ล้าถอยกลับไปเมื่อข้าศึกถอยกลับไป ชาวบ้านก็พากันวิเคราะห์พิจารณาจอมปลวกที่ใช้กำบังอยู่นั้นจะต้องมีของดีอยู่เป็นแน่
จึงทำให้ชาวบ้านแคล้วคลาดจากอันตรายมาได้ จึงได้ชวนผู้เฒ่าผู้แก่ช่วยกันขุดจอมปลวกดู ปรากฏว่าพบ พระแก้วมรกตองค์นี้ และพระพุทธรูปที่มีลักษณะใกล้เคียงกันอีกหนึ่งองค์ เมื่อเสร็จสงคราม ก็ได้อัญเชิญพระทั้งสององค์นี้ กลับมาด้วย เพื่อให้ชาวบ้านได้สักการบูชา เป็นของคู่บ้านคูเมือง เป็น สิริมงคลบันดาลให้ชาวบ้านอยู่เย็นเป็นสุข และประดิษฐานไว้ ณ วัดบ้านหลวง แต่นั้นเป็นต้นมา